ธุรกิจโรงไฟฟ้า

บริษัทฯได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและแผนการลงทุนให้มีความหลากหลายและมีการกระจายความเสี่ยง เพื่อให้บริษัทฯเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว และโดยที่บริษัทฯ มีแหล่งสัมปทานเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียอยู่ถึงสองแห่งซึ่งยังมีอายุสัมปทานเหลืออยู่อีกหลายสิบปี โดยมีปริมาณสำรองถ่านหินที่มีคุณภาพและมากเพียงพอที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ซึ่งปัจจุบันประเทศอินโดนีเซียยังมีกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากรและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น กอปรกับเศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซียที่มีการเติบโตสูงขึ้นทุกปีโดยรัฐบาลอินโดนีเซียได้วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 35,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562 และล่าสุดรัฐบาลอินโดนีเซียได้ปรับเปลี่ยนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าสำหรับระยะเวลา 10 ปีใหม่ตั้งแต่ปี 2560-2569 (“2017-2026 Electricity Supply Business Plan”) โดยจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า อีก 77,900 เมกะวัตต์ภายในปี 2569 ซึ่งจะลงทุนโดยรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าแห่งประประเทศอินโดนีเซีย (“Perusahan Listrik Negara Electricity Company” หรือ “PLN”) และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนหรือผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (“Independent Power Producer” หรือ “IPP”) เข้าประมูลโดยตรง (“Direct Offer” หรือ “Direct Appointment”) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจากการศึกษาในเบื้องต้นบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีศักยภาพเพียงพอที่จะลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินได้ โดยได้จัดตั้งบริษัท ลานนาพาวเวอร์เจ็นเนอร์เรชั่น จำกัด (“LPG”) ในปี 2559 ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว เพื่อศึกษาและเตรียมการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในประเทศอินโดนีเซียเป็นลำดับแรกและมีเป้าหมายที่จะขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศไทยและประเทศอื่นด้วย

บริษัทฯได้เจรจากับบริษัทที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าโดยได้ทำข้อตกลงร่วมทุน (“Memorandum of Understanding” หรือ “MOU”) กับ PT. INDONESIA POWER ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยได้ศึกษาและเตรียมเข้าร่วมประมูล โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินแบบ Mine-Mouth ขนาด 200 เมกะวัตต์ โดยมีเป้าหมายจะลงทุนตั้งโรงไฟฟ้า ณ แหล่งสัมปทานเหมืองถ่านหินของ PT. Singlurus Pratama ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซียนอกจากนี้บริษัทฯกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพที่ผลิตจากของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซีย

สำหรับการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศไทยนั้นกลุ่มบริษัทฯ (“Consortium”) มีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการจัดหาถ่านหินให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“Electricity Generating Authority of Thailand” หรือ “EGAT”) ซึ่งได้ผ่านการคัดเลือกในเบื้องต้นแล้ว (Pre-qualification) และพร้อมจะพิจารณาลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินหรือพลังงานทดแทนอื่นในประเทศไทยด้วย เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะสำหรับชุมชนขนาดใหญ่ (Municipal Solid Waste to Energy) ในพื้นที่ระดับจังหวัด เป็นต้น ซึ่งเป็นโครงการลงทุนที่มีศักยภาพในอนาคตเนื่องจากภาครัฐให้การส่งเสริมและสนับสนุนอย่างจริงจัง

บริษัทฯได้วางแผนงานและกำหนดเป้าหมายที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่จะเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตและจำหน่ายถ่านหินให้เพิ่มมากขึ้นและคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าดังกล่าวซ่งึ สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจของบริษัทฯ ที่จะสร้างรายได้และกำไรให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต