ธุรกิจถ่านหิน

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายถ่านหินเป็นธุรกิจหลักทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยมีฐานการผลิตและจัดจำหน่ายถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจบริการการขนส่งทางทะเลในประเทศสิงคโปร์เพื่อรองรับและจัดการการขนส่งถ่านหินมายังประเทศไทยและต่างประเทศ

ลักษณะของถ่านหิน
ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติชนิดหนึ่งประกอบด้วยสารที่ระเหยได้ชนิดต่างๆ ความชื้นและแร่ธาตุที่สำคัญคือ คาร์บอน (CARBON) ซึ่งเป็นส่วนที่จะเผาไหม้ได้ เมื่อสารระเหยและความชื้นถูกขับไล่ออกไปจะมีขี้เถ้าจำนวนเล็กน้อยเหลืออยู่หลังจากเผาไหม้แล้ว ถ่านหินสามารถจัดแบ่งตามคุณภาพโดยพิจารณาค่าความร้อน (CALORIFIC VALUE) ปริมาณสารระเหย (VOLATILE MATTER) และปริมาณคาร์บอนคงที่ (FIXED CARBON) เรียงลำดับจากคุณภาพที่ดีที่สุดได้ 4 กลุ่มคือ (1) ANTRACITE, (2) BITUMINOUS, (3) SUB-BITUMINOUS และ (4) LIGNITE สำหรับถ่านหินที่สำรวจพบ และพัฒนาขึ้นมาใช้ในอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลายในประเทศไทยจะเป็นประเภทถ่านลิกไนต์ ส่วนถ่านหินที่นำเข้าจากต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นประเภท BITUMINOUS ซึ่งมีค่าความร้อนสูงกว่าถ่านลิกไนต์ที่ผลิตในประเทศ

คุณสมบัติถ่านหินที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาซื้อขายโดยปกติจะประกอบด้วยค่าความร้อน (CALORIFIC VALUE) ปริมาณความชื้น (MOISTURE) ปริมาณสารระเหย (VOLATILE MATTER) ปริมาณคาร์บอนคงที่ (FIXED CARBON) ปริมาณขี้เถ้า (ASH) ปริมาณกำมะถัน (SULPHUR) และขนาดของก้อนแร่ (SIZE) ที่ผลิตออกจำหน่าย

การผลิตถ่านหิน
ถ่านหินเกิดจากการสะสมตัวของซากพืชที่ทับถมอยู่ในหนอง คลอง บึงเป็นเวลานานนับล้านปี และค่อยๆ จมตัวลงใต้ผิวดินจนซากพืชกลายสภาพมาเป็นถ่านหิน โดยผลของการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก และขบวนการตามธรรมชาติในช่วงหลายล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นการที่จะนำถ่านหินขึ้นมาใช้จึงต้องมีการสำรวจค้นหาโดยการศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยาใต้ผิวดิน เพื่อให้ทราบถึงความหนาของชั้นถ่านหิน ขอบเขตพื้นที่การกระจายตัวของแหล่งถ่านหิน คุณภาพทางเคมี และปริมาณสำรองในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเพื่อพัฒนาแหล่งถ่านหินดังกล่าวต่อไป ดังนั้นการผลิตถ่านหินจึงแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอนใหญ่ ดังนี้

  1. การสำรวจ : เริ่มตั้งแต่การศึกษาข้อมูลธรณีวิทยาผิวดินและโครงสร้างทางธรณีวิทยาเพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายในเบื้องต้นแล้วทำการเจาะสำรวจ (SCOUT DRILLING) เพื่อศึกษาการสะสมตัวของชั้นดิน หินและโครงสร้างทางธรณีวิทยาของพื้นที่เพื่อให้แน่ใจว่ามีถ่านหินสะสมตัวอยู่ รวมทั้งประเมินคุณภาพและปริมาณสำรองของถ่านหินในเชิงพาณิชย์ประกอบการตัดสินใจที่จะพัฒนาแหล่งถ่านหินดังกล่าวเพื่อเปิดการทำเหมืองต่อไป
  2. การทำเหมือง : ก่อนจะเปิดการทำเหมืองจำเป็นต้องทำการเจาะสำรวจในขั้นละเอียด (DETAIL DRILLING) เพื่อหาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของพื้นที่ ได้แก่ ปริมาณสำรองและคุณภาพในแต่ละระดับของการวางตัวของชั้นถ่านหินรวมทั้งชั้นดินที่ปิดทับอยู่ ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาใช้ในการกำหนดแผนแม่บทในการทำเหมือง (MINE MASTER PLAN) ซึ่งจะรวมถึงการศึกษาต้นทุนและวิธีการเปิดเหมืองตลอดจนศึกษาปริมาณและบริเวณที่จะขุดขนส่งหน้าดินหรือถ่านหินในแต่ละขั้นตอนและการเลือกเครื่องจักรเครื่องมือที่เหมาะสมกับการทำเหมืองด้วย
  3. การแต่งแร่ : ถ่านหินที่ขุดได้จากการทำเหมืองจะต้องผ่านการแต่งแร่เพื่อให้ได้ถ่านหินที่มีคุณภาพตรงตามความ
    ต้องการของผู้ใช้หรือลูกค้า ซึ่งมีขั้นตอนตั้งแต่บด ย่อย คัดขนาด รวมทั้งคัดสิ่งเจือปนออก โดยการร่อน และล้างเป็นต้น

การกำหนดราคาถ่านหิน
ราคาขายถ่านหินจะกำหนดตามค่าความร้อนเป็นหลักเช่นเดียวกับการกำหนดราคาขายเชื้อเพลิงชนิดอื่น ราคาขายถ่านหินสำหรับลูกค้าแต่ละรายจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ คือปริมาณที่สั่งซื้อ ข้อกำหนดด้านคุณภาพ เช่น ค่าความร้อน ระยะเวลาชำระเงินและเงื่อนไขอื่นที่ลูกค้ากำหนด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเป็นตัวกำหนดราคาขายถ่านหินสำหรับลูกค้าทุกรายโดยเสมอภาคกัน การกำหนดราคาขายถ่านหินที่นำเข้าจากต่างประเทศขึ้นอยู่กับการตกลงของลูกค้าแต่ละรายซึ่งอาจจะเป็นราคา FOB หรือ CIF หรือราคาส่งถึงโรงงานของผู้ซื้อ เป็นต้น

การจัดจำหน่าย
วิธีการจัดจำหน่ายถ่านหินในประเทศจะจำหน่ายให้กับลูกค้าหรือผู้ใช้โดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ส่วนการขายถ่านหินในต่างประเทศจะจำหน่ายให้ลูกค้าหรือผู้ใช้โดยตรงและขายผ่านพ่อค้าคนกลางด้วย ส่วนใหญ่จะขายเป็นเงินเชื่อซึ่งบริษัทฯ จะพิจารณาให้
เครดิตเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ที่มีการซื้อขายกันมานานหลายปีและมีฐานะการเงินมั่นคงเท่านั้น ส่วนลูกค้าที่เพิ่งจะเริ่มทำการซื้อขายกันครั้งแรก บริษัทฯ จะให้ลูกค้าเปิด LETTER OF CREDIT (L/C) ซึ่งตั้งแต่เปิดกิจการในปี 2528 จนถึงปัจจุบันบริษัทฯ มีปัญหาหนี้สูญจากการจำหน่ายถ่านหินน้อยมาก

กลยุทธ์ในการแข่งขัน
บริษัทฯ จะเน้นการให้บริการและการควบคุมคุณภาพถ่านหินเป็นกลยุทธ์หลักในการแข่งขันแทนการใช้กลยุทธ์ด้านราคา นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้พัฒนาวิธีการผลิตถ่านหินให้ได้คุณภาพดี โดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาระบบการผลิตถ่านหินอย่าง
สม่ำเสมอ

ภาวะการแข่งขัน
ธุรกิจการจำหน่ายถ่านหินในประเทศเป็นธุรกิจที่มีผู้ประกอบการน้อยราย (OLIGOPOLY MARKET) โดยมีลูกค้าที่เป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และขนาดเล็กโดยมีคู่แข่งขันที่สำคัญคือบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้บริษัทฯ มีเหมืองถ่านหินที่มี
คุณภาพสูงเป็นของตนเองและยังมีปริมาณสำรองในเชิงพาณิชย์อีกหลายสิบปี จึงมีจุดแข็งและศักยภาพในการแข่งขันที่ดี

แนวโน้มอุตสาหกรรม

ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า และสามารถที่จะนำมาใช้ทดแทนเชื้อเพลิงประเภทอื่นได้เกือบทุกชนิดขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการใช้งานและความต้องการพลังงานความร้อนเป็นสำคัญ อีกทั้งยังมีปริมาณสำรองมากกว่าฟอสซิลประเภทอื่น คาดว่าแนวโน้มการใช้ถ่านหินยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และพลังงานชนิดอื่นยังมีราคาแพงกว่า และมีความผันผวนมากกว่าถ่านหินค่อนข้างมาก ทั้งนี้ราคาถ่านหินปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมาและตกต่ำที่สุดในช่วงปี 2559 ซึ่งเป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่เริ่มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 จนถึงระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี ในเดือน พฤศจิกายน 2559 และยังสามารถทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงอย่างต่อเนื่องในปี 2560 แม้จะมีความผันผวนบ้างตามภาวะเศรษฐกิจ ฤดูกาล และนโยบายของแต่ละประเทศ เช่นประเทศจีนลดการผลิตถ่านหินในประเทศเพื่อลดภาวะอุปทานถ่านหินส่วนเกินและลดมลพิษที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงอุปสงค์ก็ไม่ได้ลดลง ขณะที่ประเทศอินเดียเองก็มีแนวโน้มนำเข้าถ่านหินมากขึ้น คาดว่าราคาถ่านหินในปี 2561 น่าจะยังผันผวนแต่ก็มีจำนวนน้อยลงจากปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากอุปทานและอุปสงค์ถ่านหินในตลาดโลกเริ่มจะเข้าสู่จุดสมดุล

ธุรกิจถ่านหินในประเทศ

บริษัทฯ นำเข้าถ่านหินจากเหมืองร่วมทุนและจากแหล่งอื่นในประเทศอินโดนีเซียมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศไทย โดยขายแบบส่งตรงให้ลูกค้าและนำเข้ามาสต๊อกไว้ ณ ศูนย์จำหน่ายถ่านหินอยุธยาซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าอีกต่อหนึ่ง โดยศูนย์จำหน่ายถ่านหินอยุธยามีเนื้อที่ทั้งสิ้น 31 ไร่ 29 ตารางวาสามารถรองรับการนำเข้าถ่านหินมาสต๊อกได้ถึง 200,000 ตัน โดยมีส่วนแบ่งตลาดถ่านหินในปี 2556 ประมาณร้อยละ 3.70

การใช้ถ่านหินในประเทศในปี 2556 ส่วนใหญ่จะใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตปูนซีเมนต์คิดเป็นร้อยละประมาณ 33.43 และใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่นคิดเป็นร้อยละประมาณ 66.57 คาดว่าการใช้ถ่านหินซึ่งมีราคาต่อหน่วยของค่าความร้อนที่ต่ำกว่าเชื้อเพลิงอื่นจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต ยิ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นก็จะมีผู้ประกอบอุตสาหกรรมหันมาใช้ถ่านหินซึ่งมีราคาถูกกว่าเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตสินค้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นดังกล่าว

Ayutthaya Coal Center

ธุรกิจถ่านหินในต่างประเทศ

บริษัทฯ ได้เข้าไปร่วมลงทุนทำเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียมาเป็นเวลามากกว่า 12 ปีแล้ว โดยบริษัทฯ ได้นำเข้าถ่านหินจากเหมืองร่วมทุนในประเทศอินโดนีเซียมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศและส่งไปจำหน่ายยังประเทศอื่นด้วยโดยเฉพาะตลาดในแถบภูมิภาคเอเชีย เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง เป็นต้น โดยถ่านหินที่บริษัทฯ ผลิตออกจำหน่ายมีคุณภาพและมี BRAND เป็นที่เชื่อถือของลูกค้าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งที่มีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถือในธุรกิจถ่านหินในภูมิภาคเอเชีย

  1. PT. LANNA HARITA INDONESIA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จดทะเบียนในประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 55 ของทุนที่ชำระแล้ว ประกอบธุรกิจทำเหมืองถ่านหินที่อำเภอซามารินดา และอำเภอคูเตย จังหวัดกาลิมันตันตะวันออก โดยได้รับสัมปทาน (COAL CONTRACT OF WORK) จากรัฐบาลแห่งประเทศอินโดนีเซียเพื่อผลิตถ่านหินออกจำหน่ายมีกำหนดเวลา 30 ปี (เริ่มตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2574) โดยมีปริมาณสำรองถ่านหิน (PROVED AND PROBABLE COAL RESERVES) ตามมาตรฐาน THE AUSTRALASIAN CODE FOR REPORTING MINERAL RESOURCES STANDARDS (“JORC CODE”) คงเหลือไม่ต่ำกว่า 64 ล้านตัน และมีกำลังการผลิตถ่านหินออกจำหน่ายปีละประมาณ 3 ล้านตัน
  2. PT. SINGLURUS PRATAMA เป็นบริษัทย่อยที่จดทะเบียนในประเทศอินโดนีเซียโดยบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 65 ของทุนที่ชำระแล้ว ประกอบธุรกิจทำเหมืองถ่านหินที่อำเภอคูเตย จังหวัดกาลิมันตันตะวันออก โดยได้รับสัมปทาน (COAL CONTRACT OF WORK) จากรัฐบาลแห่งประเทศอินโดนีเซียเพื่อผลิตถ่านหินออกจำหน่ายมีกำหนดเวลา 30 ปี (เริ่มตั้งแต่ปี 2552 ถึง 2582) คาดว่ามีปริมาณสำรองถ่านหินคงเหลือไม่ต่ำกว่า 45 ล้านตัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและสำรวจตรวจสอบปริมาณสำรองถ่านหินที่มีอยู่ทั้งหมดตามมาตรฐาน THE AUSTRALASIAN CODE FOR REPORTING MINERAL RESOURCES STANDARDS (“JORC CODE”) โดยมีกำลังการผลิตถ่านหินออกจำหน่ายปีละประมาณ 3 ล้านตัน
  3. PT LANNA MINING SERVICES เป็นบริษัทย่อยที่จดทะเบียนในประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.95 ของทุนที่ชำระแล้ว และ UNITED BULK SHIPPING PTE. LTD. ถือหุ้นร้อยละ 0.05 ของทุนที่ชำระแล้วประกอบธุรกิจซื้อถ่านหินจากแหล่งต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซียมาจำหน่ายให้ลูกค้าอีกต่อหนึ่ง โดยมีเป้าหมายที่จะใช้บริษัทนี้เป็นฐานเข้าไปลงทุนในแหล่งสัมปทานเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ในอนาคต
Overseas Coal Business Overseas Coal Business