ธุรกิจเอทานอล

เอทานอลหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เอทิลแอลกอฮอล์ คือแอลกอฮอล์ที่ได้จากการแปรรูปพืชผลทางเกษตรประเภทแป้งและน้ำตาล เช่น มันสำปะหลัง,อ้อย, กากน้ำตาล, ข้าวโพด เป็นต้น โดยผ่านกระบวนการย่อยสลาย และหมักเพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล และกลั่นเป็นแอลกอฮอล์จนได้ความบริสุทธิ์ถึง 99.5% โดยปริมาตร ทั้งนี้เอทานอลมีสูตรโมเลกุล C2H5OH มีจุดเดือดประมาณ 78 องศาเซลเซียส คุณสมบัติโดยทั่วไปเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ติดไฟง่าย เป็นเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูง เนื่องจากมีออกซิเจนสูงถึง 35% ดังนั้นหากนำเอาเอทานอลไปผสมกับน้ำมันเบนซินในอัตราส่วนที่เหมาะสมแล้วจะได้น้ำมันเชื้อเพลิงสะอาดที่เผาไหม้ได้สมบูรณ์ขึ้น และช่วยลดมลพิษทางอากาศ โดยลดปริมาณสารประกอบไฮโดรคาร์บอน คาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ (GREEN HOUSE EFFECT) รวมทั้งลดควันดำ สารอะโรเมติกส์และสารประกอบเบนซินซึ่งจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

เอทานอลเป็นสารเคมีที่สามารถใช้ทดแทนสาร MTBE (METHYL TERTIARY BUTYL ETHER) ซึ่งเป็นสารปรุงแต่งเพื่อเพิ่มค่าออกเทน (OCTANE) ในน้ำมันเบนซิน โดยสาร MTBE มีข้อเสียตรงที่ก่อให้เกิดคาร์บอนมอนนอกไซด์ในชั้นบรรยากาศอีกทั้งก่อให้เกิดสารตกค้างและปนเปื้อนกับน้ำใต้ดิน ซึ่งหลายประเทศประกาศห้ามใช้แล้ว เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และที่สำคัญประเทศไทยต้องจ่ายเงินเพื่อนำเข้าสาร MTBE ปีละหลายพันล้านบาท

บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 51 ของทุนที่ชำระแล้ว ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล (แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5% โดยปริมาตร) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง โดยมีโรงงานผลิตเอทานอลจำนวน 2 สายการผลิตตั้งอยู่ที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ขนาดกำลังการผลิตเอทานอลสายการผลิตที่ 1 จำนวน150,000 ลิตรต่อวัน และสายการผลิตที่ 2 จำนวน 200,000 ลิตรต่อวัน รวมทั้งสิ้น 350,000 ลิตรต่อวัน โดยใช้กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก ทั้งสองสายการผลิตได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ทั้งนี้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดใช้ผสมกับน้ำมันเบนซินในอัตราส่วนผสม 10%, 20% และ 85% เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10, E20 หรือ E85 ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดมลภาวะที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแล้วยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและสารปรุงแต่งเพิ่มอ๊อกเทน MTBE (METHYL TERTIARY BUTYL ETHER)ให้น้อยลงอันจะช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศและช่วยลดการขาดดุลการชำระเงินของประเทศให้น้อยลง

ธุรกิจเอทานอล

การผลิตเอทานอลเป็นเชื้อเพลิง
Tบริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยมีกรรมวิธีการผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง โดยใช้กากน้ำตาลและมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลักโดยมีขั้นตอนการผลิตที่สำคัญ 4 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การเตรียมวัตถุดิบ : มีกระบวนการแตกต่างกันตามประเภทวัตถุดิบที่ใช้ดังนี้
    1. กากน้ำตาล: ทำการเจือจางกากน้ำตาลด้วยน้ำให้ได้ความเข้มข้นที่พอเหมาะ โดยการเติมกรดเพื่อให้สิ่งเจือปนพวก ORGANIC SALT ตกตะกอนออกจากกากน้ำตาล แล้วจึงส่งเข้าสู่กระบวนการหมักต่อไป
    2. มันสำปะหลัง: ทำความสะอาดวัตถุดิบมันเส้น เพื่อกำจัดสิ่งเจือปนที่เป็นโลหะและดินทรายออก จากนั้นมันเส้นจะถูกนำมาบดผสมกับน้ำจนได้เป็นน้ำแป้งและผ่านกระบวนการย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลโดยใช้เอนไซม์ก่อนส่งไปยังกระบวนการหมักต่อไป
  2. การหมัก : วัตถุดิบที่ได้จากการเตรียมในขั้นที่ 1 จะถูกป้อนไปยังถังหมักโดยใช้ยีสต์เป็นตัวเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์
  3. การกลั่น : น้ำหมักในขั้นที่ 2 จะถูกป้อนไปยังหอกลั่นเพื่อแยกสิ่งเจือปนและน้ำออกเพื่อทำให้แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ขึ้นเป็นประมาณ 96% ซึ่งถือเป็นค่าความเข้มข้นสูงสุดที่สามารถทำได้ในระบบการกลั่นแบบปกติโดยน้ำที่เหลืออีก 4%จะถูกกำจัดออกในขั้นตอนสุดท้าย
  4. การดูดน้ำออก : เป็นการแยกเอาน้ำที่เหลือจากขั้นตอนการกลั่นออกเพื่อทำให้แอลกอฮอล์ไร้น้ำเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5% โดยไอระเหยของแอลกอฮอล์จะผ่าน DEHYDRATION UNIT จำนวน 2 ถังซึ่งจะมีซีโอไลท์ (ZEOLITES) บรรจุไว้ภายในทำหน้าที่ดูดซับน้ำออกจากแอลกอฮอล์ โดยแอลกอฮอล์ที่แห้งแล้วจะถูกควบกลั่นและทำให้เย็นลงก่อนจะเก็บบรรจุไว้จำหน่ายต่อไป

การกำหนดราคาเอทานอล
ภาครัฐโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จะเป็นผู้กำหนดราคาเอทานอลอ้างอิงเพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยสูตรการคำนวณราคาเอทานอลอ้างอิงเป็นราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณและราคาเอทานอลที่มีการซื้อขายกันจริง ซึ่งเป็นสูตรการคำนวณราคาเอทานอลอ้างอิงใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 เป็นต้นมา

การกำหนดราคาขายเอทานอลจะพิจารณาจากต้นทุนบวกอัตรากำไรขั้นต้นที่เหมาะสม (Cost Plus Margin) ซึ่งนอกจากจะพิจารณาราคาเอทานอลอ้างอิงที่ประกาศโดย สนพ. แล้วยังพิจารณาปัจจัยอื่นด้วย เช่น ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเอทานอล อุปสงค์และอุปทานของตลาด ตลอดจนภาวะการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น

การจำหน่ายและช่องทางการจัดจำหน่าย
การจำหน่ายเอทานอลที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 99.5% โดยปริมาตรนั้น กรมสรรพสามิตมีข้อกำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายเอทานอลที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงว่าจะต้องนำเอทานอลทั้งหมดที่ผลิตได้ไปผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงหรือจำหน่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันโดยตรงเท่านั้นและจะต้องแปลงสภาพเป็น “เอทานอลแปลงสภาพ” (Denatured Ethanol) ก่อนนำออกจากโรงงานผลิตเอทานอลตามสูตรที่กรมสรรพสามิตกำหนด โดยสารแปลงสภาพ (Denature) ที่ใช้ คือ น้ำมันเบนซิน 91 แต่หลังจากยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 91 ก็หันมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 แทน ซึ่งในการผสมเอทานอลแปลงสภาพนั้น จะใช้น้ำมันเบนซินหรือแก๊สโซฮอล์ในสัดส่วน 0.5% ผสมกับเอทานอลในสัดส่วน 99.5% เพื่อให้ได้เอทานอลแปลงสภาพสำหรับจำหน่ายให้กับบริษัทผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 โดยบริษัทผู้ค้าน้ำมันจะนำเอทานอลที่ซื้อไปผสมกับน้ำมันเบนซินในอัตราส่วนผสม 10%, 20%, หรือ 85% เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10, E20 หรือ E85 โดยลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบการขนส่งเอทานอลที่ซื้อเองเป็นส่วนใหญ่ และมีบางรายที่ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบการขนส่งเอทานอลที่ซื้อจนถึงคลังเก็บน้ำมันของลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่จะขายเป็นเงินเชื่อโดยลูกค้าเป็นบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง จึงไม่มีความเสี่ยงจากการที่ลูกค้าจะไม่ชำระหนี้ในอนาคต

กลยุทธ์ในการแข่งขัน
เน้นการให้บริการและการควบคุมคุณภาพสินค้าเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และทำให้สามารถครอบครองตลาดไว้ได้เป็นส่วนใหญ่

ภาวะอุตสาหกรรมเอทานอล
เอทานอลเป็นหนึ่งในพลังงานทดแทนที่รัฐบาลสนับสนุนให้ใช้ทดแทนน้ำมันเบนซิน เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ เนื่องจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กอปรกับความต้องการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในประเทศที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องพึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันดิบในปริมาณที่สูงถึงกว่าร้อยละ 80 ของความต้องการใช้ในประเทศทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินตราต่างประเทศเป็นจำนวนมากในการนำเข้าน้ำมันดิบดังกล่าว รัฐบาลจึงมีนโยบายให้กระทรวงพลังงานจัดทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 25% ภายใน 10 ปี (พ.ศ. 2555-2564) (ALTERNATIVE ENERY DEVELOPMENT PLAN : AEDP) เพื่อกำหนดทิศทางและกรอบการพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาพลังงานทดแทนให้เป็นหนึ่งในพลังงานหลักของประเทศ เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการนำเข้าน้ำมันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต โดยได้กำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 ของปริมาณการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศและมีเป้าหมายเพิ่มการผลิตเอทานอลจาก 1.3 ล้านลิตรต่อวันในปี 2555 เป็น 9 ล้านลิตรต่อวันในปี 2564 เนื่องจากเอทานอลเป็นพลังงานทดแทนที่เกี่ยวกับภาคการขนส่ง แนวโน้มการขยายตัวในอนาคตจึงไม่สูงเท่าการขายตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ โดยความต้องการใช้เอทานอลภายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามปริมาณการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 9.26 ล้านลิตรต่อวันในปี 2551 เป็น 12.17 ล้านลิตรต่อวันในปี 2555 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.07 ต่อปี เนื่องจากภาครัฐส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนซึ่งรวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลล์แทนการใช้น้ำมันเบนซินเพื่อลดการพึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและช่วยลดมลพิษทางอากาศ โดยปริมาณการใช้เอทานอลในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 0.93 ล้านลิตรต่อวันในปี 2551 เป็น 1.37 ล้านลิตรต่อวันในปี 2555 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10.17 ต่อปี สำหรับปี 2556 มีปริมาณการใช้ เอทานอลในประเทศ 2.57 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ซึ่งมีปริมาณการใช้เอทานอล 1.37 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 87.59 เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 91 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไปและกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้ค้าน้ำมันต้องจำหน่ายน้ำมันเบนซินในสต๊อกให้หมดภายในเดือนมีนาคม 2556 ทำให้ประชาชนที่ใช้น้ำมันเบนซิน 91 ต้องเปลี่ยนมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ และทำให้ปริมาณการใช้เอทานอลเพื่อนำไปใช้ในการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอลล์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ภาวะการแข่งขัน
ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานผลิตเอทานอลที่เปิดดำเนินการแล้ว 21 โรงงานมีกำลังการผลิตเอทานอลรวมทั้งสิ้น 3,890,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถแบ่งตามประเภทวัตถุหลักที่ใช้ในการผลิตเอทานอลได้ดังนี้

  1. ผู้ผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลจำนวน 14 ราย มีกำลังการผลิตรวม 2,410,000 ล้านลิตรต่อวัน
  2. ผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง จำนวน 6 ราย มีกำลังการผลิตรวม 1,280,000 ล้านลิตรต่อวัน
  3. ผู้ผลิตเอทานอลจากน้ำอ้อย จำนวน 1 ราย มีกำลังการผลิตรวม 200,000 ล้านลิตรต่อวัน

นอกจากนี้ยังมีโรงงานเอทานอลที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 3 โรงงานมีกำลังการผลิตเอทานอลรวมทั้งสิ้น 1,370,000 ลิตรต่อวัน เมื่อโรงงานดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดจะทำให้กำลังการผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้นเป็น 5,260,000 ลิตรต่อวัน

ความต้องการใช้เอทานอลในประเทศยังคงต่ำกว่ากำลังการผลิตทั้งหมด โดยในปี 2555 มีการผลิตเอทานอลในประเทศประมาณ 1.79 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการใช้เอทานอลในประเทศมีอยู่เพียง 1.37 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้มีอุปทานส่วนเกินที่ต้องส่งเอทานอลออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศโดยทั่วไปราคาขายเอทานอลในประเทศจะสูงกว่าราคาส่งออกเอทานอล ทำให้ผู้ผลิตเอทานอลในประเทศต่างแข่งขันกันเพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ โดยมุ่งหวังที่จะรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของตน โดยไทยอะโกรฯ ก็จำหน่ายเอทานอลให้แก่บริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศทั้งหมด โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถผลิตเอทานอลที่มีคุณภาพสูงและสามารถบริหารต้นทุนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยไทยอะโกรฯ มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 7.37 ในปี 2553 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 13.33 ในปี 2555 ในขณะที่ปี 2556 ปริมาณความต้องการใช้เอทานอลในประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 87.59 หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2555 ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของ ไทยอะโกรฯ ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 7.12 อย่างไรก็ตามไทยอะโกรฯ ได้วางแผนผลิตเอทานอลเต็มกำลังผลิตทั้งสองสายการผลิตในปี 2557 ซึ่งจะทำให้ไทยอะโกรฯ มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นในปีต่อไป

ธุรกิจเอทานอล