ประวัติบริษัท

บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อ บริษัท ลานนาลิกไนต์ จำกัด (มหาชน) ทะเบียนเลขที่ 0107535000397 (เดิมเลขที่ บมจ. 72) ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2528 และได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2535 โดยได้รับอนุญาตเป็นบริษัทจดทะเบียนให้นำหุ้นสามัญเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2537 โดยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มทรัพยากร หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค และเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็นบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ

ปี 2567
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ โดยบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) (“SCCC”) ถือหุ้นในบริษัทฯเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 44.99 เป็นร้อยละ 61.44 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทฯ จากบริษัท ซันไรส์ อีคิวตี้ จำกัด (“Sunrise”) ร่วมกับบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) (“SCCC”) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ (“ผู้ทำคำเสนอซื้อ”) ในช่วงระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle)
มีนาคม 2567 ได้มีมติอนุมัติเห็นชอบให้บริษัทฯ เข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับโรงงานของ บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (“TAE”) ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมอบหมายให้บริษัท ลานนาพาวเวอร์เจ็นเนอร์เรชั่น จำกัด (“LPG”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เป็นผู้ลงทุนและดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm)ขนาด 1.20 เมกกะวัตต์ เสนอขายไฟฟ้าให้กับTAE ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Private Power Purchase Agreement (Private PPA) เป็นเวลา 15 ปี โดยใช้งบประมาณการลงทุนประมาณ 25 ล้านบาท โดยวางแผนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในเดือนพฤษภาคม 2569

ปี 2566
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ SRT มีมติอนุมัติให้มีการเลิกบริษัท ในวันเดียวกันได้จดทะเบียนเลิกกิจการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการชำระบัญชี

ปี 2564
บริษัท ลานนาพาวเวอร์เจ็นเนอร์เรชั่น จำกัด (“LPG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ LANNA เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 ได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัท เอสอาร์ที เพาเวอร์ เพลเลท จำกัด (“SRT”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ LPG ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง ซึ่งปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (“COVID-19”) ทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบและต้องหยุดการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งชั่วคราว โดยให้ SRT กู้เงินจาก LPG จำนวน 70,820,758.18 บาท เพื่อนำเงินที่กู้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้เดิมให้กับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
คณะกรรมการบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในการประชุมครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ได้มีมติอนุมัติเห็นชอบให้มีการปรับโครงสร้างบริษัทการลงทุนในบริษัท เอสอาร์ที เพาเวอร์ เพลเลท จำกัด (“SRT”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง ถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท ลานนาพาวเวอร์เจ็นเนอร์เรชั่น จำกัด (“LPG”) ร้อยละ 99.99965 ของทุนที่ชำระแล้ว เพื่อให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้ SRT โอนกิจการให้แก่ LPG และให้ SRT จดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชี หลังจาก SRT โอนกิจการให้แก่ LPG เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ได้เข้าไปลงทุนในโครงการสัมปทานเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ในประเทศอินโดนีเซียของ PT. PESONA KHATULISTIWA NUSANTARA (“PKN”) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ PKN โดยใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 5 ล้านดอลล่าห์สหรัฐอเมริกา โดย PKN ได้รับสัมปทานเหมืองถ่านหินรุ่นที่ 3 (3rd Generation Coal Contract of Work) จากรัฐบาลแห่งประเทศอินโดนีเซียมีกำหนด 30 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ถึง 2582 ตั้งอยู่ที่เมืองบูลุงงัน (Bulungan Regency) จังหวัดกาลิมันตันเหนือ (North Kalimantan) ประเทศอินโดนีเซีย
บริษัท ลานนาพาวเวอร์เจ็นเนอร์เรชั่น จำกัด (“LPG)ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ LANNA เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564ได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัท เอสอาร์ที เพาเวอร์ เพลเลท จำกัด (“SRT”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ LPG ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง ซึ่งปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (“COVID-19”) ทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบและต้องหยุดการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งชั่วคราว โดยให้ SRT กู้เงินจาก LPG จำนวน 70,820,758.18 บาท เพื่อนำเงินที่กู้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้เดิมให้กับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

ปี 2563
บริษัท ลานนาพาวเวอร์เจ็นเนอร์เรชั่น จำกัด (“LPG”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (“LANNA”) เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 ได้เข้าลงทุนซื้อสามัญและหุ้นบุริมสิทธิบริษัท เอสอาร์ที เพาเวอร์ เพลเลท จำกัด (“SRT”) เพื่อลงทุนในโครงการผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งของ SRT คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 99.9998 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วโดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขนาดกำลังการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง 60,000 เมตริกตันต่อปี

ปี 2562
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (“LANNA”) ได้ให้ PT. LANNA HARITA INDONESIA (“LHI”) และPT. SINGLURUS PRATAMA (“SGP”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซีย ลงนามในสัญญาการแก้ไขสัมปทานเหมืองถ่านหินกับกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่แห่งประเทศอินโดนีเซีย (Ministry of Energy and Mineral Resources หรือ “MEMR”) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นชาวต่างชาติที่ไม่ใช่สัญชาติอินโดนีเซียจากเดิมร้อยละ 65 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วให้เหลือไม่เกินร้อยละ 49 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ทั้งนี้เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งประเทศอินโดนีเซีย (Mining Law No. 4/2009) ทั้งนี้หลังจาก LANNA ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน LHI และ SGP แล้ว LANNA ยังมีอำนาจควบคุมการบริหารงานของ LHI และ SGP ซึ่งสามารถจะนำงบการเงิน LHI และ SGP มาทำงบการเงินรวมได้เช่นเดิม ในปี 2562 บริษัทย่อยดังกล่าวได้ประเมินมูลค่าหุ้นของบริษัท และนำเสนอขายต่อหน่วยงานของภาครัฐอินโดนีเซียเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการถือหุ้นที่หน่วยงานของภาครัฐอินโดนีเซียกำหนดไว้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาซื้อหุ้นดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนในเรื่องการลดสัดส่วน

ปี 2559
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ลานนาพาวเวอร์เจ็นเนอร์เรชั่น จำกัด เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 เพื่อประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินและพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศเป็นธุรกิจหลักโดย LANNA ถือหุ้นสามัญร้อยละ 99.99985 ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว

ปี 2551
LANNA (SINGAPORE) PTE.LTD. ได้เข้าไปลงทุนซื้อหุ้นสามัญใน PT. SINGLURUS PRATAMA ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานเหมืองถ่านหินแหล่งที่ 3 ในประเทศอินโดนีเซียในปี 2551 คิดเป็นร้อยละ 65 ของทุนที่ชำระแล้วและต่อมาในปี 2552 ก็ได้โอนขายหุ้นสามัญทั้งหมดใน PT. SINGLURUS PRATAMA ให้บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เข้าไปถือหุ้นโดยตรง

ปี 2548
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (“LANNA”) ได้เข้าไปลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (“ไทยอะโกร”) คิดเป็นร้อยละ 75 ของทุนที่เรียกชำระแล้วในปี 2546 และเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็นร้อยละ 75.75 ของทุนที่ชำระแล้ว ในปี 2548 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล (แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5%) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์โดยทั่วไป และเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ไทยอะโกร ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อนำเงินไปใช้ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและจำหน่ายเอทานอล LANNA ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นจากร้อยละ 75.75 เหลือร้อยละ 51 ของทุนที่ชำระแล้ว โดยไทยอะโกรได้เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2557 เป็นต้นมา

ปี 2541
LANNA (SINGAPORE) PTE LTD ได้เข้าไปลงทุนซื้อหุ้นสามัญใน PT. LANNA HARITA INDONESIA แห่งประเทศอินโดนีเซียในปี 2541 คิดเป็นร้อยละ 55 ของทุนที่เรียกชำระแล้วเพื่อลงทุนทำเหมืองถ่านหินแหล่งที่ 1 ในประเทศอินโดนีเซีย โดยได้เริ่มผลิตถ่านหินออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา และต่อมาในปี 2550 ได้โอนขายหุ้นสามัญทั้งหมดใน PT. LANNA HARITA INDONESIA ให้บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เข้าไปถือหุ้นโดยตรง

ปี 2540
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน)ได้จัดตั้งบริษัท LANNA (SINGAPORE) PTE. LTD.แห่งประเทศสิงคโปร์ในปี 2540 โดยถือหุ้นสามัญร้อยละ 100 ของทุนที่เรียกชำระแล้วเพื่อประกอบธุรกิจด้านการลงทุนในกิจการเหมืองถ่านหิน และสาธารณูปโภคในต่างประเทศ (HOLDING COMPANY) และได้จดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชีเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2555 เพื่อปรับโครงสร้างการลงทุนในบริษัทย่อยให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

ปี 2539
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้เข้าไปร่วมลงทุนและจัดตั้งบริษัท UNITED BULK SHIPPING PTE. LTD. แห่งประเทศสิงคโปร์ในปี 2539 โดยถือหุ้นสามัญร้อยละ 49 ของทุนที่เรียกชำระแล้วเพื่อประกอบธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเล

ปี 2528
บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อ บริษัท ลานนาลิกไนต์ จำกัด (มหาชน) ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดโดยใช้ชื่อว่า บริษัท ลานนาลิกไนต์ จำกัด เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2528 เพื่อเข้าทำสัญญาเช่าช่วงการทำเหมืองถ่านลิกไนต์บ้านป่าคา อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2528 มีกำหนดเวลา 20 ปี จนถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2548 และได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยใช้ชื่อว่า“บริษัท ลานนาลิกไนต์ จำกัด (มหาชน)” เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2535 โดยได้รับอนุญาตให้นำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2537 ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในกลุ่มทรัพยากร (หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค) ต่อมาได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น “บริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)” เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2544

Scroll to Top