กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นห่วงความปลอดภัยประชาชน จึงขอแนะนำวิธีการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ปลอดภัย

ใช้รถ EV อย่างไรให้ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน

  1. เลือกรถให้เหมาะกับการใช้งาน
    การเลือกใช้รถ EV ที่ปลอดภัยและประหยัดพลังงาน ควรเลือกให้ตรงกับลักษณะการใช้งานในชีวิตประจำวัน หากใช้งานในเมือง ควรเลือกรถ EV ที่สามารถวิ่งได้อย่างน้อย 250 กม. เป็นต้นไป หากใช้งานต่างจังหวัดวิ่งทางไกลเป็นหลัก ควรเลือกรถ EV ที่สามารถวิ่งได้อย่างน้อย 380 กม. เป็นต้นไป
  2. อย่าเชื่อถือตัวเลขระยะวิ่งตามโฆษณา

    โดยทั่วไป รถ EV จะวิ่งได้จริงประมาณ 70-85 % ของระยะวิ่งที่โฆษณา เช่น โฆษณาว่าวิ่งได้ 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่เมื่อใช้งานจริง อาจจะวิ่งได้เพียงแค่ 350 – 420 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศ สไตล์การขับขี่ ความชันของถนน อุณหภูมิและระดับแบตเตอรี่ เป็นต้น

  3. ชาร์จไฟให้ถูกวิธี
    3.1 การชาร์จแบบ AC (ชาร์จปกติ) เหมาะกับชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงาน ใช้เวลาชาร์จนานกว่า แต่ถนอมแบตเตอรี่มากกว่า เหมาะสำหรับการชาร์จเป็นประจำ
    3.2 การชาร์จแบบ DC (Fast charge หรือ ชาร์จเร็ว) ได้ระยะทางไว เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือกรณีฉุกเฉิน ซึ่งไม่ควรชาร์จด้วยวิธีนี้บ่อยเกินความจำเป็น และที่สำคัญควรตรวจสอบกำลังชาร์จที่รองรับของรถ (kW) ด้วย
  4. วิธีอ่าน Eco Sticker
    รถ EV ที่จำหน่ายในไทย ต้องมี Eco Sticker (อีโคสติ๊กเกอร์) ซึ่งเป็นป้ายแสดงข้อมูลสมรรถนะ และความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานสากล ที่ระบุข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบข้อมูลของรถแต่ละรุ่นได้ก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น
    4.1 อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่จะบ่งบอกว่า รถใช้พลังงานกี่กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ยิ่งตัวเลขอัตราการใช้พลังงานน้อย ก็ยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น
    4.2 ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (เช่น km/charge)
    4.3 มาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล (UN Regulations) โดยเน้นที่ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ และโครงสร้างการชน ซึ่งต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน UN R100 , R94 , R95 และ R13H
    4.4 มาตรฐานความปลอดภัยของแบตเตอรี่
    4.5 ข้อมูลรถยนต์ รุ่น และข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า เป็นต้น

Scroll to Top